สินค้าอาจมีสต๊อกอยู่หลังร้าน แต่ถ้าไม่อยู่บนชั้นในเวลาที่ลูกค้าต้องการ ยอดขายก็หายไป Retail Audit ช่วยให้แบรนด์เห็นสถานการณ์ที่หน้าร้านจริง โดยเปลี่ยนภาพชั้นวางให้เป็นข้อมูลที่เปรียบเทียบระหว่างสาขา เชนร้าน และช่วงเวลาได้
เช็กลิสต์ฉบับย่อ
- ระบุ SKU และเชนร้านเป้าหมาย
- กำหนดมุมภาพมาตรฐาน
- เก็บ OSA ราคา Facings และ Share of Shelf
- สร้างรายการแก้ไขแยกรายสาขา
ตัวชี้วัดหลักที่ควรเก็บ
On-shelf availability บอกว่าสินค้ามีขายบนชั้นหรือไม่ Share of Shelf วัดสัดส่วนพื้นที่เมื่อเทียบคู่แข่ง ส่วน Planogram Compliance ตรวจว่าการจัดเรียงตรงตามแบบหรือไม่ ควรกำหนด SKU เป้าหมายและตำแหน่งถ่ายภาพให้ชัด เพื่อให้ข้อมูลต่างสาขาเทียบกันได้
แยกสาเหตุของของขาดชั้น
คำว่าไม่พบสินค้ายังไม่พอ ทีมต้องรู้ว่าไม่มีป้ายราคา พื้นที่ถูกสินค้าอื่นแทรก มีสินค้าอยู่หลังร้าน หรือสาขาไม่รับสินค้า เมื่อแยกสาเหตุได้ เจ้าของปัญหาจะชัดขึ้นระหว่างทีมคลัง ทีมขาย และหน้าร้าน
จากรายงานไปสู่การแก้ไข
รายงานที่ใช้ได้ควรเรียงสาขาตามความเร่งด่วน แสดงภาพก่อนแก้ พร้อมพิกัดและเวลา และส่งต่อรายการปัญหาให้ผู้รับผิดชอบภายในรอบการทำงานเดียว การตรวจซ้ำหลังแก้ช่วยยืนยันว่าปัญหาจบจริง
อยากเห็นข้อมูลจริงจากพื้นที่ของคุณ?
เล่าโจทย์ จำนวนจุด และจังหวัดที่ต้องการให้ทีมตาสับปะรดช่วยประเมินแผนงาน
ขอใบเสนอราคา